กินกลูต้า กลูต้าไธโอน (glutathione)

Uncategorized , , 0 Comments

กินกลูต้า กลูต้าไธโอน (glutathione) หรือเรียกย่อ GSH (?-glutamyl-cysteinyl- glycine; GSH)  กินกลูต้า เป็นสารที่อยู่ในเซลล์ร่างกายที่มนุษย์หรือสัตว์สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ ปัจจุบันเป็นสารที่นิยมใช้ในด้านความสวยความงามเพื่อผิวขาว และเป็นอาหารเสริม ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นต้น กินกลูต้า.

กินกลูต้า

กินกลูต้า กลูต้าไธโอน เป็นสารในกลุ่มไตรเปปไทด์ (tripeptide) ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิดยึดเกาะกัน คือ กลูตามีน (glutamine) ซีสตีอีน (cystenine) และไกลซีน (glycine) โดยมีสารประกอบซัลไฮดริก (SH) ร่วมเกาะบริเวณตำแหน่งซีสตีอีน มีสูตรเป็น C10H17N3O6S

กลูต้าไธโอน ในร่างกายพบมากในเซลล์ในส่วนของ cytosol ของเซลล์ประมาณร้อยละ 85-90 ส่วนที่เหลือพบที่องค์ประกอบต่างๆของเซลล์ เช่น ไมโตคอนเดรีย เป็นต้น ส่วนของนอกเซลล์พบในปริมาณน้อย เช่น ในเลือดพบ 2-20 มิลลิโมล/ลิตร เท่านั้น

กลูต้าไธโอน

โครงสร้างกลูต้าไธโอน กินกลูต้า

สถานะกลูต้าไธโฮน
อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนจัดเป็นอาหารเสริมชนิดกรดอะมิโนถูกขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่กำหนดตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา ฉบับราชกิจนุเบกษา 18 ตุลาคม 2549 ที่กำหนดให้มีส่วนประกอบของแอล-กลูต้าไธโอน (L-glutathione) ไม่เกิน 250 มิลลิกรัม และเป็นผลิตภัณฑ์ที่แนะนำให้รับประทานได้ไม่เกิน 250 มิลลิกรัม/วัน ดังนั้น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของแอล-กลูต้าไธโอน มากกว่า 250 มิลลิกรัม จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณส่วนประกอบเกินค่ากำหนด

ฤทธิ์ทางยาของกลูต้าไธโอน
1. ต้านอนุมูลอิสระ และกำจัดสารพิษภายในเซลล์
กลูต้าไธโอนสามารถถูกออกซิไดซ์ด้วยสารอนุมูลอิสระหรือสารพิษกลายเป็น GSSG ได้ง่าย นั่นหมายความว่า อัตราส่วนของ GSH กับ GSSGจะชี้บ่งถึงอัตราการเกิดออกซิไดซ์อนุมูลอิสระ และสารพิษต่างๆภายในเซลล์ เช่น ยาฆ่าแมลง และกำจัดวัชพืช โลหะหนัก เป็นต้น ซึ่งอัตราส่วนนี้จะแสดงถึงความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ และการกำจัดสารพิษของร่างกาย กระบวนการต้านอนุมูลอิสระหรือสารพิษจะมีหมู่ซัลไฮดริก (SH) ทำหน้าที่สำคัญในการยึดเกาะกับอนุมูลอิสระหรือสารพิษภายในเซลล์ กลายเป็นสาร GSSG หรือสารในกลุ่มของกรดเมอแคพทูริค (mercapturic acid) ที่สามารถละลายน้ำได้ดี และกำจัดออกจากร่างกายต่อไป

2. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
GSH มีความสำคัญต่อระบบภูมิต้านทานทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์ลิมโฟซัยชนิดที (T cell) และ polymorpho nuclear leukocytes ช่วยจับกินสิ่งแปลกปลอม และต้านการติดเชื้อ Influenza virus ได้

โดยปริมาณ GSH ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ปริมาณ TH cell (CD4+ ) และ Cytotoxic T cell (CD8+ ) ซึ่ง TH cell ทำหน้าที่ในการช่วย เซลล์ลิมโฟซัยชนิดบี ในการสร้างแอนติบอดี ทั้งนี้ การทำงานของกลูต้าไธโอนในการเสริมสร้างภูมิต้านทานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากได้รับวิตามินซี และอีในปริมาณที่เพียงพอ

3. เสริมสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ
กลูต้าไธโอนทำหน้าที่ในการเสริมสร้างเซลล์ และซ่อมแซมเซลล์ ด้วยการทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเสริมสร้างโปรตีน การเสริมความแข็งแรงของเม็ดเลือดแดง ช่วยกระตุ้นการซึมผ่านของสารอาหารเข้าสู่เซลล์ ปกป้อง และซ่อมแซมดีเอ็นเอไม่ให้ถูกทำลาย รวมถึงการป้องกันการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง

หน้าที่ดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ทำให้กลูต้าไธโอนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆไม่โทรมเร็ว ดูอ่อนเยาว์ ร่างกายแข็งแรง และมีสุขภาพที่ดี

กลูต้าไธโอนเป็นสารสำคัญที่ทำหน้าที่ cofactor และช่วยในการคงตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในรูปของรีดักซิ่งกลูต้าไธโอน หากมีปริมาณน้อยจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย การควบคุมระดับกลูต้าไธโอนให้เป็นสารรีดิวซ์จะอาศัยเอนไซม์ NADPH ที่เกิดจากฟอสโฟกลูโคเนต และเอนไซม์กลูต้าไธโอนรีดักเตส (glutathione reductase)

สำหรับบางคนที่ขาดเอนไซม์ glucose-6-phosphate dehydrogenase ทำให้ไม่สามารถสร้าง NADPH ได้เพียงพอจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกง่าย และทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้

เนื้อเยื่อที่เกิดภาวะเครียดออกซิเดชันจะทำให้เกิดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) เกิดขึ้นภายในเนื้อเยื่อ ทั้งนี้ ร่างกายจะอาศัยกลูต้าไธโอนเข้าสลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ให้กลายเป็นน้ำโดยใช้เอนไซม์ glutathione peroxidase เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

นอกจากนั้น กลูต้าไธโอนยังทำหน้าที่รักษาสภาพของฮีโมโกลบินที่มีเหล็กเป็นแกนกลางของโมเลกุล ที่เกิดสภาพภาวะเครียดออกซิเดชันที่เกิดจากฮีโมโกลบินขนส่งออกซิเจน และการเกิดอนุมูลอิสระในเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเซลล์เม็ดเลือดแดงได้อีกทาง

ในวัยผู้สูงอายุจะพบปริมาณกลูต้าไธโอนในร่างกายที่น้อยลงตามอายุที่มากขึ้น มีผลต่อความแข็งแรงของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ทำให้แตกสลายง่าย นอกจากนั้น ปริมาณกลูต้าไธโอนที่น้อยลงตามวัยยังมีผลต่อความเปร่งปรั่ง ความเนียนขาวของผิวพรรณ จึงมักทำให้แลดูแก่ ผิวหนังหยาบก้าน ดำคล้ำง่ายเมื่ออายุสูงขึ้น ทั้งนี้ ภาวะการขาดกลูต้าไธโอนจะส่งผลต่อการทำงานของวิตามิน ซี และวิตามิน อี บกพร่องไป กินกลูต้า.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *