ลดรอยแผลเป็น จะรักษาแผลเป็นได้อย่างไร?

Uncategorized , , 0 Comments

ลดรอยแผลเป็น จะรักษาแผลเป็นได้อย่างไร? ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำให้แผลเป็นดีขึ้นได้บ้าง การรักษามักจะใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ได้แก่ ลดรอยแผลเป็น.

ลดรอยแผลเป็น

ลดรอยแผลเป็น

• การใช้ยาทาแก้แผลเป็น เป็นวิธีที่ใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ ยาทาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาทาที่ผสมวิตามินอี ยาทาที่ผสมวิตามินเอ ยาทาผสมมิวโคโพลีแซคคาไรด์ เป็นต้น การทายาจะช่วยให้แผลมีสีจางลงหรือบางลงได้ แต่ต้องใช้เวลานาน

• การใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดบนแผลเป็น แผ่นเจลซิลิโคนสามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนังได้ดี ช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผล มักใช้กับแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ โดยปิดทับแผลมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน อาจใช้ระยะเวลานาน 4 – 6 เดือน ไม่ควรใช้ในขณะเป็นแผลเปิด

• การฉีดยาสเตียรอยด์ วิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เนื่องจากต้องฉีดยาเข้าใต้แผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดยาหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5 – 1 ซีซี ห่างกันประมาณ 1 เดือน จะทำให้แผลเป็นแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดแผลเป็น หากมีแผลเป็นขนาดใหญ่จะใช้เวลานานลดรอยแผลเป็น

• การฉีดฟิลเลอร์ ใช้สำหรับแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋มแพทย์จะฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อทำให้ผิวดูเต็มขึ้น ซึ่งจะเห็นผลคงอยู่ประมาณ 6 – 8 เดือนแล้วต้องฉีดยาเติมใหม่ เนื่องจากสารสังเคราะห์ที่ฉีดเข้าไปในรอยบุ๋มจะยุบตัวลงเอง สารสังเคราะห์ที่ฉีด ได้แก่ คอลลาเจน และสาร HA (hyaluronic acid)

• การสักสีผิว ใช้กรณีที่สีผิวของแผลเป็นเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งที่เข้มกว่าและอ่อนกว่าสีผิวปกติ โดยแพทย์จะสักสีเข้าไปในแผลเป็น ถ้าผู้ป่วยผิวสีขาวจะใช้สีขาวในการสักถ้าผิวสีแทนจะใช้สีแทนในการสัก เป็นต้น

• การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ วิธีนี้เหมาะกับแผลเป็นลักษณะตื้นมากๆ

• การเลเซอร์แผลเป็น การเลเซอร์จะทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูนให้เรียบขึ้น

• การฉายรังสี เป็นการทำเพื่อไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้นลดรอยแผลเป็น

• การทำ IPL (intense pulse light) เป็นการใช้พลังงานของแสงไปทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวได้เป็นระเบียบ ทำให้แผลมีขนาดเล็กลงการรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานาน

• การใช้ความเย็น (cryotherapy) ซึ่งอาจเป็นไนโตรเจนเหลวจี้บริเวณแผลเป็น เหมาะกับแผลเป็นที่นูนหนา ความเย็นจะทำให้เกิดภาวะถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไป

• การผ่าตัดเอาแผลเป็นเก่าออก แล้วเย็บแผลใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง การผ่าตัดแก้ไขจะทำเมื่อแผลเป็นนั้นสมบูรณ์เต็มที่แล้วอาจต้องผ่าตัดนำผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งมาปิดแก้ไขแผลเป็นเดิมการผ่าตัดจะต้องทำโดยศัลยแพทย์

จากวิธีที่กล่าวมาข้างต้นนี้ The International Clinical Guidelines for Scar Management 2002 ได้ให้แนวทางการดูแลรอยแผลเป็นไว้ว่า การรักษาที่มีผลทางการแพทย์น่าเชื่อถือเพียงพอ ได้แก่การใช้แผ่นเจลซิลิโคนและการฉีดยาสเตียรอยด์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2014 มีการศึกษาเพิ่มเติม สรุปว่า การรักษาแผลเป็นควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ตามแต่ชนิดของรอยแผลเป็น เช่น การเลเซอร์แผลเป็น การผ่าตัด ร่วมกับการใช้แผ่นเจลซิลิโคน หรือ การเลเซอร์แผลเป็น การผ่าตัด การใช้ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น

ยาทาลบรอยแผลเป็นใช้ได้ผลหรือไม่?
การใช้ยาทาลบรอยแผลเป็นเพียงวิธีเดียวยังไม่มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์ว่าได้ผล แต่อาจทำให้แผลเป็นมีสีจางลงได้ ยาทาลบรอยแผลเป็นมีจำหน่ายในรูปแบบครีมและเจล การเลือกใช้แบบใดขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล กล่าวคือ ยาทาแบบครีม เป็นยาทาที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าน้ำ จึงทำให้เนื้อครีมมีความเข้มข้นสูง ยาทาประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ส่วนยาทาแบบเจล มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก มีส่วนผสมของน้ำมันในปริมาณน้อยหรือไม่มีเลย ทำให้ซึมลงสู่ผิวได้ง่ายและรวดเร็วกว่ายาทาแบบครีม เหมาะสำหรับคนที่ผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายแต่ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง การทายาควรทาในขณะที่ผิวกำลังเปียกชื้น เช่น หลังล้างหน้า หรือหลังอาบน้ำเพื่อให้ยาซึมสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว อาจทายาวันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำเช้า เย็น การทายาบ่อยเกินไปไม่สามารถรักษารอยแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หากรอยแผลเป็นจางลงแล้วสามารถหยุดใช้ยาได้ ลดรอยแผลเป็น.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *