เสริมภูมิต้านทาน การออกกำลังกาย แช่เท้าในน้ำอุ่น

Uncategorized , , 0 Comments

เสริมภูมิต้านทาน การออกกำลังกาย แช่เท้าในน้ำอุ่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินผักผลไม้หลากสี ฯลฯ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงในฤดูหนาวเสริมภูมิต้านทาน.

เสริมภูมิต้านทาน

เสริมภูมิต้านทาน
1.รับประทานถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วแดง ฯลฯ มีวิตามินบี ที่ช่วยบำรุงเส้นประสาทให้แข็งแรง และมีกากใยอาหารที่จะช่วยให้ลำไส้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ยังเต็มไปด้วยเกลือแร่ หลากหลายชนิด เช่น สังกะสี ซีลีเนียม เหล็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังให้แก่ระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายขจัดสารพิษได้เร็วขึ้น และป้องกันความเสียหายของเซลล์ได้ทันการก่อนที่จะถูกทำลาย

2.อากาศในห้องนอนมีความสมดุล ควรใส่ใจอุณหภูมิในห้องนอนไม่ให้แห้งเกินไป เพื่อปกป้องจมูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของระบบทางเดินหายใจ ข้อแนะนำก็คือ หากใช้เครื่องปรับอากาศ ควรตั้งภาชนะใส่น้ำไว้ในห้องเพื่อไม่ให้อากาศในห้องแห้งเกินไป

3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากคุณเป็นคนที่นอนหลับง่ายและนอนหลับอย่างเต็มอิ่มทุกคืนก็จะดีสำหรับสุขภาพและความอ่อนเยาว์ เพราะจากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ที่นอนหลับไม่เพียงพอใน 3 วัน ร่างกายจะอ่อนแอและเปิดโอกาสให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้ง่าย ทั้งนี้ ผู้ที่นอนหลับได้ 7-8 ชม. มักมีอายุยืนยาว หากนอนหลับไม่เพียงพอ คืนละไม่กี่ชั่วโมงก็จะทำให้พลาดจากช่วงเวลาที่หลับลึก และส่งผลให้สมองและร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ ตัวอย่างเช่น ระหว่างการติดเชื้อ ร่างกายก็จะหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมาให้ง่วงนอน ซึ่งก็จะส่งผลให้คนไข้ได้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานซ่อมแซมร่างกายและต่อสู้กับเชื้อโรคอย่างขยันขันแข็งเสริมภูมิต้านทาน

4.แช่เท้าในน้ำอุ่น การได้แช่เท้าในน้ำอุ่นเป็นประจำสม่ำเสมอ เปรียบเสมือนการเข้าซาวน่าเป็นประจำนั้นเอง ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้เพราะเป็นการปลุกภูมิคุ้มกันให้ตื่นตัว ข้อแนะนำคือ ควรแช่เท้าในน้ำอุ่นตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงปลายเท้าในอุณหภูมิ 35-40 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาทีก็เพียงพอ จากนั้นเช็ดเท้าให้แห้งโดยเร็ว ห่อผ้าสะอาดที่นุ่มสบาย และปล่อยให้อุณหภูมิค่อยๆ เย็นลง เสร็จแล้วก็ทาโลชั่นบำรุงผิวเพิ่มเติมได้

5.มองโลกในแง่ดี นักวิจัยชาวอเมริกันค้นพบว่า มนุษย์ที่มีความสุขมักไม่ค่อยเจ็บป่วย เพราะการคิดในแง่บวก สามารถกระตุ้นสมองส่วนซ้ายให้ขยันขันแข็ง เพราะสมองส่วนนี้เป็นตัวควบคุม การสร้างแอนตี้บอดี้ด้วย ดังนั้น การมองโลกในแง่ดีจึงถือเป็นหัวใจที่ขาดไม่ได้

6.นั่งสมาธิ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน รายงานว่า การทำสมาธิประมาณ 30 นาที จะช่วยให้การทำงานของสมองและระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง และการทำสมาธิที่ถูกต้องจะช่วยให้เกิดสมดุลของระบบต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

7.เดินเล่นบริหารเส้นเลือด ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก หนาวหรือร้อน มีผลกับระบบภุมิคุ้มกันของเรา แต่การได้เดินเล่นทุกวัน ในที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นการบริหารเส้นเลือดให้ยืดหยุ่น ส่งผลให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้กับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ผลที่ได้ตามมาก็คือแอนตี้บอดี้และเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Killer Cell จะเพิ่มจำนวนในการป้องกันศัตรูมากขึ้น

8.โยเกิร์ตชนิดโปรไบโอติกส์ช่วยปกป้องลำไส้ ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตชนิดโปรไบโอติกส์มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียของกรดนมที่เรียกว่า แล็กโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีถึงผลดีต่อสุขภาพ และจากการศึกษาของนักวิชาการชาวสวีเดนได้ยืนยันว่า การรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสม่ำเสมอจะช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บได้เสริมภูมิต้านทาน

9.กระตุ้นต่อมธัยมัส (Thymus) ต่อมไร้ท่อที่อยู่หลังกระดูกเต้านมขึ้นไปถึงบริเวณต่อมธัยรอยด์ ต่อมนี้มีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย นักวิทยาศาสตร์การแพทย์บางแห่งเชื่อว่าเราสามารถกระตุ้นให้ต่อมนี้ขยันทำงานได้โดยให้คุณกำมือขวาหรือมือซ้ายก็ได้ วางห่างประมาณ 5 ซม. จากตำแหน่งธัยมัส คือใต้คอบริเวณกลางหน้าอก ให้คุณเคาะตำแหน่งธัยมัสแรงปานกลาง ประมาณ 5-10 ครั้ง
ข้อห้าม การกระตุ้นต่อมธัยมัสห้ามทำในผู้ที่มีใจสั่นบ่อยๆ หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะอาจเกิดอันตรายได้

10.หัวเราะและสุขใจกับความรัก ชีวิตที่มีความสุขย่อมดีต่อสุขภาพเสมอ อย่างเช่น การได้ร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ การมีความรัก มีเซ็กซ์ที่สุขสมและมีงานอดิเรกที่ชอบทำเพื่อความเพลิดเพลิน สิ่งเหล่านี้ช่วยจรรโลงจิตใจให้มีความสุขสดชื่นอยู่เสมอก็จะมีผลต่อระบบประสาทและระบบฮอร์โมน ซึ่งส่งผลดีต่อภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้ดีตามไปด้วย แต่หากมีความทุกข์ระทมก็จะเป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย และในทางตรงกันข้าม ภูมิคุ้มกันของเราจะทำหน้าที่ได้ดีเมื่อเรารู้สึกเป็นสุขหรือกำลังมีความรัก นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยเพิ่มอิมมูนโนโกลบูลิน(โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทาน)ในเลือด ดังนั้น คุณจึงควรอ่านหนังสือชวนหัวเราะหรือดูภาพยนตร์ตลกขำขันและแสดงความรักกับคู่รักของคุณบ่อยๆ เสริมภูมิต้านทาน.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *